
เป็นวัดเก่าโบราณสร้าสมัยกรุงสุโขทัย ประมาณปีพ.ศ. 2242 เดิมเรียกว่า วัดหนองโอ่ง ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดหนองโอ้ง โดยน้ำฝนได้กัดเซ๊าะตลิ่งจนพังจึงทำให้เป็นเว้าโค้งจึงเรียกว่าวัดหนองโว้ง มีหลวงพ่อสองที่น้องเป็นที่สักการะ
ตั้งอยูที่ : อยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองบางยม อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64120
Facebook : https://www.facebook.com/watnongwong
เเผนที่ : http:// https://goo.gl/maps/NKsogvqpwmZg2gZi6
วัดหนองโว้ง เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๕๘ บ้านหนองโว้ง หมู่ที่ ๑ ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๗๖ ไร่ ๒ งาน ๙๕.๘๐ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๐๗๙ สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่พ.ศ.๒๒๔๒ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๙ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ . ๒๕๓๖ เขตที่ตั้งและอุปจารของวัดที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๗๖ ไร่ ๒ งาน ๙๕.๘๐ ตารางวา เป็นที่เนิน บริเวณกว้าง มีหมู่บ้านล้อมรอบ และมีแม่น้ำยมไหลผ่านด้านหลังวัด ตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๔– ๑๔ สุดเขตด้านทิศใต้ของอำเภอสวรรคโลก และอยู่ติดกับตำบลสามเรือน ด้านเหนือสุดของอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัยระยะทางจากหน้าวัดหนองโว้งถึงอำเภอสวรรคโลกประมาณ ๑๕ กิโลเมตร จากวัดหนองโว้งถึงจังหวัดสุโขทัยประมาณ ๒๓ กิโลเมตรอาณาเขต ทิศเหนือ ยาว ๓๓๕ เมตร จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศใต้ ยาว ๔๘๕ เมตร จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันออก กว้าง ๒๗๕ เมตร จดถนนจรดวิถีถ่องสายสุโขทัย-สวรรคโลก ทิศตะวันตก กว้าง ๒๓๕เมตร จดทางสาธารณะประโยชน์และแม่น้ำยม ลักษณะเด่นพระพุทธรูปหลวงพ่อสองพี่น้อง, จิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพระเจ้าสิบชาติ
พระพุทธรูปหลวงพ่อสองพี่น้อง
เป็นพระพุทธรูปสมัย สุโขทัย ปางมารวิชัย ๒ องค์ เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว และ ๓๑.๙ นิ้ว ตามลำดับ ตามประวัติเล่าสืบกันมาว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๖ ชาวบ้านหนองโว้งได้บุกถางป่าบริเวณบ้านปากน้ำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหนองโว้งประมาณ ๔ กิโลเมตร ได้พบซากอุโบสถเก่าซึ่งหักพังเป็นเนินดินสูง ลักษณะคล้ายจอมปลวก มีต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นวัดร้างจึงช่วยกันขุดเนินดินออกและได้พบพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย จำนวน ๔ องค์ องค์ใหญ่ ๒ องค์ และองค์เล็ก ๒ องค์ ชาวบ้านจึงนำเรื่องดังกล่าวมานมัสการพระอุปัชฌาย์พุกเจ้าอาวาสวัดหนองโว้งสมัยนั้น เพื่อให้นำมาบูชาสักการะที่วัด แต่ชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้มอบให้เพียง ๒ องค์ ส่วนอีก ๒ องค์ ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ ระยะแรกได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ได้มาประดิษฐานไว้ที่มณฑปเนื่องจากยังมิได้ก่อสร้างวิหาร เป็นที่กราบไหว้บูชาของชาวบ้านจนสิ้นสมัยพระอุปัชฌาย์พุก ต่อมาสมัยพระสังวรกิจโกศล ได้ก่อสร้างวิหารแล้วจึงได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในวิหาร เมื่อประมาณปี ๒๔๗๒ ชาวบ้านได้เรียกนามพระพุทธรูปทั้งสององค์ว่า หลวงพ่อสองพี่น้อง นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านใกล้เคียง และต่างถิ่น ต่างกราบไหว้และเลื่อมใสศรัทธามาสักการะบูชา ขอพร มาโดยตลอด และได้จัดงานฉลองเป็นประจำทุกปี โดยกำหนด ขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำและแรม ๑ ค่ำ เดือนสามของทุกปีจนกระทั่งปัจจุบัน
