บ้านนาต้นจั่น
ตั้งอยู่ในตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิต ของคนในชุมชน ในเชิงอนุรักษ์ ได้ท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติแบบครบวงจร โดยได้จัดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยว ได้มาพักร่วมกับเจ้าของบ้านทำกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้วิถีชีวิตตามชุมชน บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชมดั้งเดิมอพยพมาจากเมืองเหนือ และเมืองลับแล ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเหนือ หมู่บ้านนาต้นจั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีต้นจั่นขึ้นอยู่มากมาย จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านนาต้นจั่น บ้านนาต้นจั่นสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากบนดอย ประชากรมี 270 ครัวเรือน ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ผลไม้ ปลูกกล้วย ลางสาด ทุเรียน ตามฤดูกาล อาชีพเสริมคือ อาชีพทอผ้า จักสาน ทำหัตถกรรมตอไม้ ชุมชนอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เอื้ออาทรต่อกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการนับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อเรื่องผีและข้อปฏิบัติต่างตามบรรพบุรุษ

แวะทานข้าวเปิ๊บ อาหารพื้นเมืองชื่อ
จุดแรกที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเมื่อมาถึงบ้านนาต้นจั่น คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านข้าวเปิ๊บ เป็นจุดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน หากต้องการ ไปชมจุด อื่นเพิ่มเติมในหมู่บ้านสามารถติดต่อไกด์นำเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้ที่นี่ ข้าวเปิ๊บ หรือ ก๋วยเตี๋ยวพระร่วงอันเลืองชื่อ หากไม่ได้ชิมข้าวเปิ๊บ ถือว่ายังมา ไม่ถึง บ้านนาต้นจั่น สมัยก่อนชาวบ้านอยากกินก๋วยเตี๋ยวแบบคนในเมืองแต่แถวนี้ไม่มีขาย เมนูนี้จึงเกิดขึ้นมา



ชมวิถีชุมชนในหมู่บ้าน ชมสวนผลไม้และท้องทุ่ง
โดยสามารถเช่าจักรยานได้ในราคาคันละ 30 บาท พร้อมไกด์ชุมชนนำทาง ไปชมสวนผลไม้ของชาวบ้าน หากมาในช่วงฤดู ของการทำนา ก็จะได้ชม บรรยากาศของไร่นาเขียวขจีตลอดสองข้างทางช่วงเวลาที่ทำนา คือ เดือน ส.ค – ต.ค.


เรียนรู้การทำผ้าหมักโคลน
ชมผลิตภันฑ์จากผ้าหมักโคลน ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของชุมชนบ้านนาต้นจั่น ชมสาธิตการทอผ้า การทำผ้าหมักโคลน และเลือกซื้อจับจ่าย ผลิตภัณฑ์ภายใน ศูนย์ ได้ตามอัธยาศัย ผ้าหมักโคลนเกิดจากในสมัยก่อนเมื่อชาวบ้านไปทำไร่ไถนาก็นุ่งผ้าถุงเวลาเดินชายผ้าก็ติด โคลนตม เมื่อกลับถึงบ้านและซักผ้าตากไว้ ก็สังเกตได้ว่าชายผ้านั้นนุ่มเป็นพิเศษและมีสีทึบทึมลง ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบจึงได้ทดลองเอาผ้าทั้งผืนมาหมักโคลนทิ้งไว้ ก็พบว่าโคลนนี่เองที่ทำให้ผ้านิ่ม นี่จึงเป็นที่มาของผ้าหมักโคลน สาเหตุที่ผ้านิ่มนั้น เพราะธาตุเหล็กในโคลนเมื่อแทรกซึมจะทำให้เส้นใยผ้าขยายตัว เนื้อผ้าจึงนุ่ม และมีสีสันติดทนภูมิปัญญาจึง เกิดจากการสังเกตนี้เอง ดินโคลนที่นำมาใช้หมักก็นำมาจากในหมู่บ้าน บึง หลังหมักโคลนไว้คืนหนึ่งจนผ้านุ่ม ก็จะนำไปซักน้ำจนกว่าจนน้ำจะใสแล้วค่อย ย้อมทับด้วยสีตามที่ต้องการ ซึ่งสีที่ใช้นั้น ก็เป็นสีจากธรรมชาติ เช่น ใบหูกวาง สีเขียวครีม เปลือกมังคุดสีม่วง ใบสะเดาสีโอลด์โรส เปลือกใบมะม่วง สีเขียวแก่ ใบจั่นสีเขียวอ่อน แก่นขนุนสีเหลือง สะเดาสีกะปิ ลูกมะเกลือสีดำไม้เพกาสีเหลืองใบไผ่ ไม้ฝางสีแดงอมฝาด


ชมการสาธิตทำตุ๊กตาบาโหน
โดยคุณตาวงค์ ผู้ค้นคิดริเริ่ม ชื่อเสียงเรื่องตุ๊กตาบาร์โหนเครื่องบริหารมือซึ่งประดิษฐ์คิดทำมาหลายปเป็นงานแฮนด์เมด ทุกวันนี้คุณตา สุขภาพถดถอย ไปตามกาลเวลาเพราะวัยล่วงมาแปดสิบปลาย ๆ แต่ยังได้ลูกชายกลับมาสืบทอดสานต่อ รูปลักษณ์ความน่ารักและมี คุณประโยชน์ด้วย


ชมกลุ่มตอไม้บ้านนาต้นจั่น
ตอไม้ คือ ตอไม้ที่ตายแล้วขุดมาจากใต้ดิน ไม่ได้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของป่าไม้ตอไม้ทำได้หลายอย่าง สามารถทำเป็นโต๊ะ เก้าอี้หรือ เฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ

ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่จุดชมวิวห้วยต้นไฮ
เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมได้ทั้งภายพระอาทิตย์ขึ้นและตกหากโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกอีกด้วย แนะนำให้ขึ้นในช่วงหน้าฝนหลังจาก ที่ฝนตกใหม่บน จุดชมวิวจะมีทะเลหมอกให้ชมและหน้าหนาวบางวัน โดยต้องเดินเท้าระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทางเดินขึ้นค่อนชันต้องเตรียมร่างกาย และรองเท้ามาให้พร้อม หากขึ้นไปช่วงเช้าต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4.30 เพื่อเริ่มเดินเท้าประมาณตีห้า เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น โดยคิดค่ารถนำเที่ยวคันละ 200 บาท นั่งได้ 10 คน และค่าคนนำทางอีก 200 บาท หรือนักท่องเที่ยว ท่านใดอยากขึ้นไปกางเต้นท์นอนข้างบนทางชุมชนก็มีบริการนำเที่ยวพร้อมเต้นท์ และอาหาร จุดชมวิวห้วยต้นไฮ เปิดให้ค้างแรม บนเขาในช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ. สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์การท่องเที่ยวบ้านนาต้นจั่น

ทางขึ้นไปยังจุดชมวิวระยะทาง2 ก.ม. ทางชัน

จุดชมวิวห้วยต้นไฮ ในวันที่มีสายหมอกหลังฝนตก (ภาพจากเฟสบุคบ้านนาต้นจั่น)


ตั้งอยู่ที่ : ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย
เเผนที่่ : https://her.is/2UgZAqV
เเหล่งที่มา : https://www.paiduaykan.com/province/north/sukhothai/bannatonchan.html